หน้าแรก >> แพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ >> พม่า >>MM17004 มัณฑะเลย์-พุกาม 4 วัน 3 คืน 2016

MM17004 มัณฑะเลย์-พุกาม 4 วัน 3 คืน 2016 

MM17004 มัณฑะเลย์-พุกาม 4 วัน 3 คืน APR-JUL 2014

 
   

 

 

โดยสายการบิน แอร์เอเชีย

 

กำหนดการเดินทาง

เดือน

วันที

ราคา

เมษายน 

12-15 / 13-16

25,900 บาท

พฤษภาคม 

10-13

24,900 บาท

กรกฎาคม 

11-14

24,900 บาท

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันแรก          ดอนเมืองมัณฑะเลย์วัดมหากันดายงค์ - สะพานไม้อู่เป่ง - พระราชวังมัณฑะเลย์– มัณฑะเลย์ฮิล                                                                                                                                               (-/-/D)

 

08.30 น.            คณะพร้อมกันที่ สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 3 ประตู 2 เคาน์เตอร์ 1-2 สายการบินแอร์เอเชีย FD

10.55 น.       บินลัดฟ้าสู่ เมืองมัณฑะเลย์ โดยสายการบิน แอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD2760

12.20 น.      เดินทางถึง สนามบินมันฑะเลย์ หลังจากผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองแล้ว เดินทางต่อไปยัง เมืองมัณฑะเลย์  อดีตราชธานีของพม่า เมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่เมืองที่ยังคงใช้ ชื่อเดิมเรื่อยมาไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตั้งอยู่บนที่ราบอันแห้งแล้งและเขตทำนาปลูกข้าวตามแนวลำน้ำเอยาวดีตอนบน มีประชากรมากกว่า 1 ล้านคน อากาศร้อน (ยกเว้น ช่วงฤดูหนาว ธันวา –กุมภา) ปัจจุบันมัณฑะเลย์ ได้ชื่อว่า เป็นเมืองที่มีนาฎศิลป์และคีตศิลป์ดีที่สุดในพม่า นำท่านเดินทางสู่ เมืองอมรปุระ อยู่ทางตอนใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ ออกไป 12กิโลเมตร พระเจ้าโบ่ต่อพญาทรงสร้างเมืองอมรปุระขึ้นในปี 1782 ใกล้กับเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นราชธานีที่มีอายุน้อยที่สุดเพียง 76 ปี โดยย้ายจากเมืองอังวะ ตามคำแนะนำของเหล่า

                    ปุโรหิตโหราจารย์ ที่หวั่นวิตกกับสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงที่พระเจ้าโบ่ต่อพญาทรงขึ้นครองราชย์ การชิงอำนาจในช่วงนั้น เริ่มจากการสังหารหมู่ การใช้ไฟกวาดล้างโจมตีหมู่บ้านป่างคะในละแวกเมืองสกายน์ คนในหมู่บ้านถูกไฟครอกตายอย่างน่าสยดสยอง เหล่าพารหมณ์จึงเห็นพ้องว่า ควรย้ายราชธานีไปอยู่ที่อมรปุระ ให้เป็นราชธานีแห่งใหม่แทน จึงมีการบันทึกเรื่องราวของเมืองหลวงใหม่กับประชากรกว่า 200,000 คนเอาไว้ นำท่านร่วมทำบุญถวายปัจจัย  ณ วัดมหากันดายงค์ ซึ่งเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดของพม่าที่เมืองอมรปุระ ซึ่งในช่วงเพลจะมีภิกษุสงฆ์นับร้อยรูป เดินเรียงแถวด้วยอาการสำรวม เพื่อรับถวายภัตตาหารเพล จากนั้นนำท่านสู่ ทะเลสาบต่าวตะหมั่น ระดับน้ำในทะเลสาบจะมีน้ำขึ้นเยอะหรือน้อยขึ้นอยู่กับฤดูกาล ช่วงฤดูหนาว น้ำจะแห้งกลายเป็นแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับทำการเพาะปลูก ในช่วงนั้น ชาวบ้านจึง มีการทำการเพาะปลูก หลายชนิด เช่น ข้าวโพด ข้าว แม้แต่ดอกทานตะวันก็ดูสวยงามในฤดูหนาว เหนือท้องน้ำมีสะพานไม้ ทอดข้ามทะเลสาบ  1.2 กิโลเมตร เรียกว่า สะพานไม้อู่เป่ง สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก  สร้างขึ้นหลังจากที่ย้ายราชธานีมาอยู่ที่อมรปุระ เป็นสะพานไม้สักที่นำมาจากเมืองอังวะ โดยเสนาบดีของพระเจ้าโบ่ต่อพญา ชื่อว่า เสาอู  จึงเรียกชื่อสะพานไม้นี้ ตามชื่อ คือ อู่เป่ง เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง 1,208 ต้น ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี พร้อมทั้ง ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าอันสวยงาม ที่สะพานไม้แห่งนี้ด้วย พระไตรปิฎกเล่มใหญ่ที่สุดในโลก จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ภูเขา มัณฑะเลย์ฮิล สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่บนภูเขามัณฑะเลย์

จุดแรก : วิหารบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นพระบรมธาตุที่ขุดพบที่แคว้นคันธารราษฎร์ ในประเทศอินเดีย มีอักษรจารึกว่าเป็นของพระเจ้ากนิษกะมหาราช ซึ่งทรงเป็นกษัตริย์ในกษัตริย์ 8 พระองค์ของอินเดียที่ได้รับแบ่งพระบรมสารีริกธาตุหลังจากถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้าที่เมืองกุสินารา แต่ภายหลังไม่มีความสำคัญต่อชาวมุสลิมที่ปกครองแคว้นคันธารราษฎร์ รัฐบาลอังกฤษในฐานะเจ้าอาณานิคมที่ปกครองอินเดียจึงมอบให้พุทธสมาคมแห่งพม่าในปี พ.ศ. 2415 ต่อมามีฤาษีตนหนึ่งชื่อ “อูขันตี” ซึ่งชาวพม่าเคารพนับถือ รวบรวมศรัทธาพุทธศาสนิกชนสร้างวิหารบรรจุพระบรมสารีริกธาตุนี้ขึ้น แต่เนื่องจากได้รับเงินบริจาคมากถึง 700,000 รูปี จึงนำเงินไปสร้างปูชนียสถานอื่นๆเพิ่มเติมบนภูเขาแห่งนี้
จุดที่สอง : เมื่อเดินขึ้นเกือบถึงยอดเขา มีพระพุทธรูป “ชเวยัตดอร์” ประทับยืนขนาดใหญ่ปิดทองทั้งสององค์ ทางพม่าเรียกว่า “ปางพยากรณ์” ตามตำนานเล่าว่า พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าดินแดนนี้เจริญรุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนาและไม่ไกลกันยังมีรูปปั้นยักขินีที่ตัดเต้านมถวายพระพุทธเจ้า เพื่อแสดงเจตนาว่าชายหน้าจะเกิดเป็นชายเพื่อบวชในพุทธศาสนา ซึ่งพระเจ้ามินดงทรงเชื่อว่ายักขีนีคือชาติปางก่อนของพระองค์นั่นเอง

จุดที่สาม: บนยอดเขามัณฑะเลย์ มีวิหาร “ซูตองพญา” รูปทรงคล้ายมณฑปครอบพระมหามัยมุนี ภายใต้วิหารประดิษฐานพระพุทธรูปทั้งสี่ทิศ คือ พระกกุสันโธ พระโกนาคมน์ พระกัสสป และพระสมณโคดม รอบวิหารมีระเบียงสำหรับชมทัศนียภาพเมืองมัณฑะเลย์ และสามารถมองเห็นแม่น้ำอิระวดี พระบรมมหาราชวัง วัดกุโสดอว์

ค่ำ                รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

                   พักที่ SHWE PHYU HOTEL ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่สอง         มัณฑะเลย์ มิงกุน เจดีย์มิงกุน ทัชมาฮาลแห่งลุ่มอิรวดี – วิหารชเวนันดอร์ - วัดกุโสดอร์

              พุกาม                                                                                   (B/L/D)

04.00 น.       นำท่านไปนมัสการ พระมหามัยมุนี อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด 1 ใน 5  แห่งของพม่า ประเพณีล้างพระพักตร์ถวาย โดยทุกเช้า เวลาประมาณตี 4 พระมหาเถระและสัปบุรุษก็จะมากระทำพิธีล้างพระพักตร์ด้วยน้ำอบน้ำหอมผสมแป้งทานาคาอย่างดีพร้อมกับใช้แปรงทองแปรงที่พระโอษฐ์เสมือนหนึ่งแปรงพระทนต์ถวายพระพุทธเจ้า ก่อนใช้ผ้าจากศรัทธาสาธุชนถวายมาเช็ดจนแห้งสนิท พร้อมใช้พัดทองโบกถวายเป็นอันดีเสมือนหนึ่งได้อุปัฏฐากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ยังทรงพระชนมชีพอยู่จริงๆ จากนั้นเดินทางกลับไปยังโรงแรม

07.00 น.       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านสู่ เมืองมิงกุน โดยการล่องเรือไปตามแม่น้ำอิระวดีสู่มิงกุน จากท่าเรือใกล้เจดีย์ชเวไจยัต เขตเมืองอมรปุระ ทวนน้ำไปหมู่บ้านมิงกุน ซึ้งเป็นส่วนหนึ่งของอมรปุระ แต่อยู่บนเกาะกลางลำน้ำอิรวดีและไปได้ด้วยเส้นทางเรือเท่านั้นทว่ามีอนุสรณ์สถานที่แสดงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าปดุง  ระหว่างทางจะได้เห็นหมู่บ้านอิรวดีที่มีลักษณะเป็น “กึ่งบ้านกึ่งแพ” เนื่องจากระดับน้ำอิรวดีในแต่ละฤดูกาลจะมีความแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะฤดูน้ำหลาก ระดับน้ำจะขึ้นสูงกว่าฤดูแล้วกว่า 10 เมตร ชาวพม่าจึงนิยมสร้างบ้านกึ่งแพ คือถ้าน้ำขึ้นสูงก็ร่วมแรงกันยกบ้านขึ้นที่ดอน ครั้นน้ำลงมากก็ยกบ้านมาตั้งใกล้น้ำ เพื่อความสะดวกสบายในการใช้แม่น้ำในชีวิตประจำวัน นำท่านชม เจดีย์มิงกุน ร่องรอยแห่งความทะเยอทะยานของพระเจ้าปดุง ด้วยภายหลังทรงเคลื่อนทัพไปตียะไข่ แล้วสามารถชะลอพระมหามัยมุนีมาประดิษฐานที่มัณฑะเลย์ เป็นผลสำเร็จ จึงทรงฮึกเหิมที่จะกระทำการใหญ่ขึ้นและยากขึ้น ด้วยการทำสงครามแผ่ขยายไปรอบด้าน พร้อมกับเกณฑ์แรงงานข้าทาสจำนวนมากก่อสร้างเจดีย์มิงกุนหรือเจดีย์จักรพรรดิ เพื่อประดิษฐานพระทันตธาตุที่ได้จากพระเจ้ากรุงจีนโดยทรงมุ่งหวังให้ยิ่งใหญ่เทียบเท่ามหาเจดีย์ในสมัยพุกาม และใหญ่โตโอฬารยิ่งกว่าพระปฐมเจดีย์ในสยาม ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในสุวรรณภูมิ ส่งผลให้ข้าทาสชาวยะไข่หรืออาระกันจำนวน 50,000 คนหลบหนีการขดขี่แรงงานไปอยู่ในเขตเบงกอล เป็นดินแดนในอาณัติของอังกฤษ แล้วทำการซ่องสุมกำลังเป็นกองโจร ลอบโจมตีกองทัพพม่าอยู่เนืองๆโดยพม่ากล่าวหาว่าอังกฤษหนุนหลังกลายเป็นฉนวนให้เกิดสงครามอังกฤษ-พม่า อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พม่าเสียเมืองในที่สุด อย่างไรก็ตาม งานก่อสร้างเจดีย์มิงกุนดำเนินไปได้เพียง 7 ปี พระเจ้าปดุงเสด็จสวรรคต ภายหลังทรงพ่ายแพ้ไทยในสงครามเก้าทัพ มหาเจดีย์อันยิ่งใหญ่ในพระราชหฤทัยของพระองค์จึงปรากฏเพียงแค่ฐาน ทว่าใหญ่โตมหึมาดั่งภูเขาอิฐที่มีความมั่นคงถึง 50 เมตร ซึ่งหากสร้างเสร็จตามแผนจะเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดและสูงที่สุดในโลก เพราะสูงถึง 152 เมตร ส่วนรอยแตกร้าวตรงกลางฐานเกิดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปี จากนั้นนำท่านชม ระฆังมิงกุน ไม่ไกลจากฐานเจดีย์มิงกุนคือระฆังมิงกุน ที่พระเจ้าปดุงโปรดฯให้สร้างโดยสำเร็จ เพื่ออุทิศทวายแด่มหาเจดีย์มิงกุน จึงต้องมีขนาดใหญ่คู่ควรกัน คือเป็นระฆังยักษ์ที่มีเส้นรอบวงถึง 10 เมตร สูง 3.70 เมตร น้ำหนัก 87 ตัน เล่าขานกันว่า พระเจ้าปดุงทรงไม่ต้องการให้มีใครสร้างระฆังเลียนแบบ จึงรับสั่งให้ประหารชีวิตนายช่างทันทีที่สร้างเสร็จ ปัจจุบันถือเป็นระฆังยักษ์ที่มีขนาดเล็กกว่าระฆังแห่งหนึ่งแห่งพระราชวังเครมลินในกรุงมอสโกเพียงใบเดียวทว่าระฆังเครมลินแตกร้าวไปแล้ว ชาวพม่าจึงภาคภูมิใจว่าระฆังมิงกุนเป็นระฆังยักษ์ที่ยังคงส่งเสียงก้องกังวาน ทั้งนี้เคยมีการทดสอบความกว้างใหญ่ของระฆังใบนี้ โดยให้เด็กตัวเล็กๆไปยืนรวมกันอยู่ใต้ระฆังได้ถึง 100 คน เจดีย์ชินพิวมิน (เมียะเต็งดาน) ประดิษฐานอยู่เหนือระฆังมิงกุนไม่ไกล ได้ชื่อว่าเป็นเจดีย์ที่สวยสง่ามากแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2359 โดยพระเจ้าบากะยีดอว์ พระราชนัดดาในพระเจ้าปดุง เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่พระองค์มีต่อพระมหาเทวีชินพิวมิน ซึ่งถึงแก่พิราลัยก่อนเวลาอันควร จึงได้รับสมญานามว่า ทัชมาฮาลแห่งลุ่มอิรวดี เจดีย์องค์นี้เป็นพุทธศิลป์ที่สร้างขึ้นด้วยหลักภูมิจักรวาลคือมีองค์เจดีย์สถิตอยู่ตรงกลาง ณ ยอดเขาพระสุเมรุ อันเชื่อกันว่าเป็นศูนย์กลางและโลกและจักรวาลล้อมรอบด้วยขุนเขาและมหาสมุทรตามหลักไตรภูมิ หลังจากนั้นเดินทางกลับมายัง มัณฑะเลย์

เที่ยง              รับประทานอาหารกลางวัน  ณ ภัตตาคาร

บ่าย              ชม วิหารชเวนันดอร์ เคยตั้งอยู่ในพระราชวังหลวง เป็นที่ประทับนั่งสมาธิของพระเจ้ามินดง เพียงหลังเดียวที่เหลือรอดมาได้ จนสิ้นพระชนม์ที่วิหารแห่งนี้ พระเจ้าตี่ปอก็โปรดฯ ให้ย้ายมาไว้ยังที่ตั้งปัจจุบัน นำ

                   ท่านสู่ วัดกุโสดอร์  ใจกลางวัดเป็นเจดีย์มหาล่อกะมาระเส่ง (มหาโลกมารซิน) สูง 30 เมตร   ซึ่งจำลอง แบบมาจากพระมหาเจดีย์ชเวสิกองแห่งเมืองพุกาม เป็นวัดที่พระเจ้ามินดงสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 และ ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจารึกลงบนหินอ่อน 729 แผ่นเป็นภาษาบาลี ทั้งหมด จารึกพระไตรปิฎก 84,000 พระธรรมขันธ์ และต้องใช้พระสงค์ถึง 2,400 รูปในการคัดลอก และใช้เวลานานถึง 6 เดือน กว่าจะแล้วเสร็จ ได้เวลาพอสมควร นำท่านเดินทางสู่สนามบินมัณฑะเลย์เพื่อเดินทางต่อไปยังพุกาม

00.00 น.       ออกเดินทางไปยังพุกาม โดยสารการบิน KBZ เที่ยวบินที่ .........

00.00 น.       ถึงพุกาม นำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองประวัติศาสตร์ พุกาม

ค่ำ                รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

              พักที่ BLAZING HOTEL ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่สาม        พุกาม  ตลาดเช้าเมืองพุกาม – วัดเจดีย์ชเวสิกอง - วัดอนันดา- วัดมนุหา – วัดกุบยางกี - วิหารธรรมยันจี  – วัดสัพพัญูญู - วิหารชเวชันดอ                                                      (B/L/D)

07.00 น.       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม ตลาดเช้าเมืองพุกาม และเดินทางต่อไปยัง เมืองโบราณแห่งทะเลเจดีย์ เมืองพุกามเป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นเมืองที่ติดอันดับเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางด้านประวัติศาสตร์ที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของประเทศพม่า โดยเฉพาะความยิ่งใหญ่ของเจดีย์จำนวนมากกว่า 5,000 องค์ จนได้รับสมญาว่าเป็นเมืองแห่งเจดีย์สี่พันองค์ ซึ่งเป็นลักษณะที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาในประเทศพม่าได้เป็นอย่างดีคนทั่วไปจึงขนานนามเมืองพุกามนี้ว่าเป็นอู่อาริยธรรมของประเทศ เจดีย์ชเวสิกอง ซึ่งเป็นสถูปของพม่าโดยแท้ มีลักษณะเป็นสีทอง ขนาดใหญ่ ที่เชื่อว่าภายในพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้าต่อจากนั้นนำท่านชม วัดอนันดา ซึ่งวิหารแห่งนี้นับได้ว่าเป็นวิหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพุกาม มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุขยื่นออกไปทั้ง 4 ด้าน ซึ่งต่อมาเจดีย์แห่งนี้เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมพม่าในยุคต้นของพุกาม จากนั้นพาท่านชม วัดมนุหา ที่สร้างโดยพระเจ้ามนูกษัตริย์แห่งมอญ

เที่ยง              รับประทานอาหารกลางวัน  ณ ภัตตาคาร

บ่าย              จากนั้นพาท่านเที่ยว วัดกุบยางกี สร้างโดยพระโอรสของพระเจ้าจันสิทธะ สิ่งที่โดดเด่นคือภาพจิตกรรมฝาผนังที่งดงามที่สุดในพุกามที่ยังคงเหลืออยู่ จากนั้น พาท่านชม ติโลมินโล ที่สันนิษฐานว่าน่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า “ติโลกมงคล”จากนั้นพาท่านเที่ยวชม ชเวกุจี แปลว่าถ้ำทองที่ยิ่งใหญ่งดงาม ด้วย สถาปัตยกรรมที่อยู่ในช่วงต่อของศิลปะพุกามยุคแรกและยุคหลัง จากนั้นนำท่านชม วัดสัญพัญญู อันเป็นวิหารที่สูงที่สุดในเมืองพุกาม จากจุดนี้จะมองเห็นทัศนียภาพของท้องทุ่งเจดีย์นับพันๆ องค์ แห่งเมืองพุกาม สุดลูกหูลูกตา ตื่นตาประทับใจกับแสงสะท้อนยามเย็น จากนั้นนำท่าน นมัสการเจดีย์สัพพัญญู ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในเมืองพุกามมีความสูงถึง 6 เมตร ชม วิหารธรรมยันจี ที่ตั้งโดดเด่นยิ่งใหญ่ตระหง่านดังตำนานที่โหดร้ายต้องตามไปฟัง  นำท่านแวะชมสิ่งของขึ้นชื่อของพุกามก็คือ เครื่องเขิน  ซึ่งยอมรับกันว่ามีชื่อเสียงที่สุดในพม่า เช่น ถ้วยน้ำ จานรอง โถใส่ของตั้งแต่ขนาดเล็กถึงใหญ่ หลังจากนั้นไปชม พระอาทิตย์อัสดงที่แม่น้ำอิระวดี หลังจากนั้นเดินทางไปชม พระอาทิตย์ยามอัสดงที่สวยงามที่สุดบน วิหารชเวชันดอร์

18.00น.        รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

                   พักที่ BLAZING HOTEL ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่สี่            พุกาม มัณฑะเลย์ - กรุงเทพฯ                                                        (B/-/)

06.00 น.       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

07.00 น.       นำท่านเดินทางไปยังสนามบิน เมืองพุกาม อำลาเมืองเมืองประวัติศาสตร์พุกาม โดยสารบิน ย่างกุ้ง แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ .................

08.00 น.        ถึงสนามบินมัณฑะเลย์  จากนั้นต่อเครื่อง เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

12.50 น.       ออกเดินทางกลับ กรุงเทพฯ  โดยสายการบิน แอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD 2761

15.15 น.       เดินทางถึง สนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

 

อัตราค่าบริการ 10-13 พค. / 11-14 กค. 57

ราคาผู้ใหญ่ (พักห้องละ 2-3 ท่าน)

24,900 บาท

ราคาเด็กเสริมเตียง (พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)

24,900 บาท

ราคาเด็กไม่เสริมเตียง (พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)

23,900 บาท

พักเดียว เพิ่ม

4,900 บาท

อัตราค่าบริการ 12-15 / 13-16 เมษายน 

ราคาผู้ใหญ่ (พักห้องละ 2-3 ท่าน)

25,900 บาท

ราคาเด็กเสริมเตียง (พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)

25,900 บาท

ราคาเด็กไม่เสริมเตียง (พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)

24,900 บาท

พักเดียว เพิ่ม

4,900 บาท

 

 

อัตรานี้รวม

          ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ – มัณฑะเลย์ – กรุงเทพฯ โดยสารการบิน แอร์เอเชีย

          ค่าตั๋วบินภายใน มัณฑะเลย์ พุกาม มัณฑะเลย์

ค่าภาษีสนามบินพม่า 310 บาท ค่าภาษีสนามบินไทย

ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง ท่านละไม่เกิน 20 กก.

ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ พร้อมคนขับที่ชำนาญเส้นทาง

ค่าที่พักในโรงแรมตามที่ระบุบในรายการหรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว

ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ระบุไว้ในรายการ

ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ

ค่าธรรมเนียมยืนขอวีซ่า

ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง

ประกันภัยในการเดินทาง ในกรณีที่ เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุ จะคุ้มครองเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท

(คุ้มครอง ผู้เอาประกันภัย อายุระหว่าง 15-75 ปี ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือ ระหว่าง

75-85 ปี คุ้มครอง 50 % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์ / ส่วนในกรณี ผู้เอาประกันภัยอายุสูงกว่า 85 ปี ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคุ้มครอง)

 

อัตรานี้ไม่รวม

     ทิปหัวหน้าทัวร์จากเมืองไทย / ทิปไกด์ท้องถิ่น / คนขับรถ

ค่าทำวีซ่าในกรณีเร่งด่วน / ค่าทำหนังสือเดินทางไทย / ค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติ 

ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ

ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา

     ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่มิได้ระบุไว้ในรายการ เช่น ค่าซักรีด โทรศัพท์  ค่ามินิบาร์ ฯลฯ

     ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% 

 

**ในกรณีที่มีพาสปอร์ตเล่มเก่าและซอง(ปก)ไม่ต้องแนบมาเพื่อป้องกันการสูญหาย หากแนบมาแล้วเกินการสูญหายทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบในทุกกรณี **

ส่งเอกสารเพื่อยื่นขอวีซ่าเข้าพม่าอย่างน้อย 10 วัน นับจากวันเดินทาง

(ไม่นับรวมเสาร์-อาทิตย์ )

**อัตราค่าวีซ่าด่วน ที่ต้องจ่ายสถานทูต เมื่อท่านส่งหนังสือเดินทางล่าช้า หรือ น้อยกว่า 7 วัน

- ยื่นวีซ่า ด่วน 1 อาทิตย์ เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 500 บาท

 

หมายเหตุ

1.       บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล ต่างๆ

2.      เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆตามรายการ หรือ ถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี

3.       บริษัทฯมีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงหรือสับเปลี่ยนรายการได้ตามความเหมาะสมบริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 15 ท่าน

4.      การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย

5.      เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทฯ หรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะขอถือว่าท่านรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขต่างๆ

6.      กำหนดการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เพื่อความเหมาะสม ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะยึดถือผลประโยชน์ ตลอดจนความปลอดภัยของคณะผู้เดินทางเป็นสำคัญ

7.      ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่ท่านถูกปฏิเสธเข้าเมือง โดยด่านตรวจคนเข้าเมืองประเทศพม่า

เงื่อนไขการยกเลิก

-        ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน        คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด หรือ เก็บค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เกิดขึ้นจริง

-        ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15 วัน       เก็บค่าใช้จ่าย 10,000 บาท

-        ยกเลิกน้อยกว่าการเดินทาง 15 วัน  ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ เก็บค่าบริการทั้งหมด 100 %

-        สำหรับผู้โดยสารที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางไทย และทางบริษัทเป็นผู้ยืนวีซ่าให้ เมื่อผลวีซ่าผ่านแล้วมีการยกเลิก

     เดินทาง บริษัทฯขอสงวนสิทธ์ในการคืนมัดจำทั้งหมด

-   บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่

ครบตามจำนวนที่บริษัทกำหนดไว้ (15 ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อบริษัทและผู้อื่นที่เดินทางในขณะเดี่ยว กัน บริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน

-   กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทจะทำการเลื่อน

     การ          เดินทางของท่านไปยังคณะต่อไป แต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้คือ ค่าธรรมเนียมใน

     การมัด จำตั๋ว และค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ตามสถานทูต เรียกเก็บ ในกรณีไม่สามารถเดินทางได้

 

เอกสารที่ใช้ในการขอวีซ่าประเทศพม่า

-        หนังสือเดินทางที่มีวันกำหนดอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 8 เดือน นับจากวันที่จะออกเดินทาง

-        สำหรับคนไทย รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป พื้นหลังสีขาวเท่านั้น (สำคัญมาก)

-        สำหรับต่างชาติ รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป พื้นหลังสีขาวเท่านั้น (สำคัญมาก)

 

ในกรณีที่ผู้โดยสาร มีไฟล์ทเดินทางภายในประเทศหรือระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับวันเดินทางที่ท่านได้ทำการจองไว้กับทางบริษัทฯ กรุณาแจ้งให้กับทางเจ้าหน้าที่ทราบ ก่อนการชำระเงินค่าตั๋วดังกล่าว  ถ้าเกิดข้อผิดพลาด ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบทุกกรณี

 

การเดินทางไปท่าเรือริเวอร์ซิตี้ สี่พระยา